คำถามที่พบเจอได้ทั่วไปในการสัมภาษณ์งานทุกประเภท

การสัมภาษณ์ถือเป็นโอกาสที่ทั้งบริษัทและคุณจะได้ทำความรู้จักและประเมิน ร่วมกันถึงความสามารถ ความเหมาะสมกับงาน เป้าหมายในอนาคต ตลอดจน วัฒนธรรมองค์กรที่คุณต้องเผชิญ

ดังนั้นการเตรียมตัวเจอกับคำถามในการ สัมภาษณ์งานจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้ถูกสัมภาษณ์ต้องทำ คุณอาจจะถูกถามเกี่ยวกับทักษะเฉพาะของงานที่คุณมีว่าตรงกับสิ่งที่บริษัท ต้องการหรือไม่ ดังนั้นต้องมั่นใจว่าความสามารถของคุณจะต้องตรงกับ job descriptionของงานนั้นๆจริงๆ

หรือคุณอาจจะได้เจอกับคำถามทั่วๆไป ที่จะสื่อถึงตัวตนของคุณ เช่นคำถามประมานว่า ช่วยแนะนำตัวเองและบอกเกี่ยวกับตัวคุณหน่อย ซึ่งนี่ก็เป็นโอกาสทองที่คุณจะบอกถึงจุดแข็งของคุณที่ตรงกับลักษณะงาน หรือคำถามประมานว่า จุดอ่อนของคุณคืออะไร คำถามนี้ก็จะเป็นช่องทางที่คุณสามารถบอกถึงบทเรียนที่ได้จากการทำงานที่ผ่าน มาได้ ทำให้คุณดูเป็นผู้มีประสบการณ์หลายรูปแบบ หรือคำถามที่ว่า คุณมองตัวเองในอนาคตจากนี้ไว้อย่างไร คำถามนี้เน้นให้คุณแสดงความรักในองค์กรและพร้อมที่จะอยู่กับบริษัทไปเรื่อยๆ

การเตรียมพร้อมก่อนการสัมภาษณ์นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งการเตรียมพร้อมนั้นรวมถึงการ ตรวจทานและทบทวนCVของคุณ เตรียบตอบคำถามในCVเรื่องของช่วงเวลาในการทำงาน หรือเรื่องเหตุผลที่ออกจากงานเก่า

ตัวอย่างคำถามที่คุณควรจะเตรียมคำตอบไว้ในการสัมภาษณ์

  • Tell me about yourself. ช่วยบอกเกี่ยวกับตัวคุณหน่อย

คำถาม นี้เป็นเหมือนคำถามปลายเปิดที่จะทำให้คุณแตกต่างจ่างผู้สมัครรายอื่น เป็นโอกาสทองที่จะแสดงตัวตนของคุณ คุณแทบจะมั่นใจได้เลยว่าต้องเจอคำถามนี้แน่ๆ ดังนั้น จงเตรียมคำตอบไว้เลย แต่จงระวังว่าอย่าทำให้เหมือนซ้อมมากไปนะ โฟกัสการตอบไปที่ประสบการณ์การทำงานที่ตรงกับjob description ตอบอย่ายาวเกินไป อย่าไปตอบในสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำงาน

  • What motivates you?/ Why do you want this job? อะไรคือแรงบันดาลใจในการทำงานของคุณ/ ทำไมคุณถึงต้องการงานนี้

คำถาม นี้คุณจะต้องรู้ตัวเองว่า อะไรหรือสิ่งไหนทำให้คุณมีความสุขในการทำงาน ให้เลือกมาสักสองสามอย่างที่เป็นความสามารถเฉพาะตัวของคุณ เช่น ความสามารถในการเทรนคน ความสามารถในการหาตลาดใหม่ๆ หรือ ความสามารถในการวางแผนธุรกิจ เป็นต้น

  • What are your strengths/weaknesses? อะไรคือจุดแข็งและจุดอ่อนของคุณ

ใน การตอบคำถามนี้ ให้เลือกจุดแข็งที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับงานที่กำลังจะสมัคร ในการตอบถึงจุดอ่อน ให้หลีกเลี่ยงการตอบที่ว่า ผม/ดิฉันทำงานหนักมากเกินไป, ผม/ดิฉันเป็นพวกเพอร์เฟ็คชั่นนิส แล้วมาตอบประมานว่า ในเรื่องนี้ผม/ดิฉันสามารถทำให้ดีขึ้นได้โดยการ… จะดีกว่า

  • Where would you like to be in the next three/five years? คุณมองตัวเองในสาม/ห้าปีข้างหน้าไว้ว่าอย่างไร

คำถามนี้เป็นโอกาสในการตอบถึงเป้าหมายในการทำงาน ให้พยายามเชื่อมโยงถึงสิ่งที่บริษัทเสนอ เช่นการเลื่อนตำแหน่งหรือcareer path

  • What did you like the most/least about your last job? อะไรคือสิ่งที่คุณชอบที่สุดและไม่ชอบที่สุดในงานที่ผ่านมา

การตอบว่าคุณไม่ชอบงานเก่าเพราะเจ้านายเก่าจัดการงานไม่ดี มันจะดูแรงเกินไป พยายามตอบเลี่ยงไปในทางpositiveดีกว่า เช่น  ผม/ดิฉันรู้สึกสนุกที่ได้ช่วยเจ้านายเก่าในการจัดการงานต่างๆให้เป็นระบบ และมีความภูมิใจที่ช่วยทำให้งานในบริษัทสำเร็จอย่างราบรื่น ในส่วนของคำถามที่ให้ตอบถึงด้านไม่ดีของบริษัทเก่านี้ เราต้องตอบอย่างระมัดระวัง ทางที่ดีที่สุดคือต้องทำให้ดูเป็นคนใจกว้างเข้าไว้ ไม่พูดให้บริษัทเดิมเสื่อมเสีย

 

ในบทความที่ชื่อว่า Communicate for Success Q&A มีคำแนะนำถึงเทคนิคในการสัมภาษณ์งานที่น่าสนใจไว้มากมาย ในที่นี้จะสรุปเป็นสามข้อสำคัญที่สุดที่ควรระลึกถึงเวลาสัมภาษณ์งานทุกประเภท

1.เตรียมตัวให้ดี- ทบทวนCV หากผู้สัมภาษณ์ไม่ได้ดูในจุดที่คุณจะเน้น อย่าลืมบอกเขาถึงจุดที่เป็นจุดแข็งของคุณ

2.พยายามให้มาก แต่ผ่อนคลาย- ทำตัวให้เป็นธรรมชาติที่สุด ยิ้มให้มาก ตอบคำถามอย่างสบายๆ

3.ทำตัว ให้สอดคล้องกับผู้สัมภาษณ์- หากผู้สัมภาษณ์ต้องการความเป็นกันเองในการสัมภาษณ์ เราควรทำตัวคล้อยตาม หรือหากผู้สัมภาษณ์เน้นความเป็นทางการ เราก็ควรปฏิบัติตามนั้น สิ่งสำคัญคือ เราต้องสังเกตุให้เป็น


Topwork มุ่งมั่นที่จะให้ความรู้ดีดี เพื่อความก้าวหน้าในชีวิตของขาว IT ในประเทศไทย โดยตอนนี้เรามี Course สอนภาษาอังกฤษฟรีสำหรับ Programmer โดยเราเก็บแค่มัดจำเท่านั้น สามารถลงทะเบียนได้ที่นี่ https://www.eventpop.me/e/645 

ที่มา https://www.theguardian.com/careers/careers-blog/common-interview-questions

Software Developerหน้าใหม่ เรียกเงินเดือนเท่าไหร่ดี

ถ้าคุณกำลังคิดจะเป็นนักพัฒนาซอร์ฟแวร์ คุณคงจะมีคำถามมากมายในใจเช่น ควรจะเรียกเงินเดือนเท่าไหร่ในตอนแรกจึงจะเหมาะสม แล้วคุณจะมีโอกาสพัฒนาไปเป็น Software Engineerได้ในช่วงปีแรกๆเลยมั้ย เงินเดือนของคุณจะเพิ่มๆเรื่อยๆอย่างต่อเนื่องมั้ย ในอุตสาหกรรมหรือองค์กรแบบไหนที่ให้เงินเดือนสูงๆ ซึ่งในบทความนี้ จะช่วยให้คุณมีความเข้าใจมากขึ้นในเรื่องของค่าจ้าง ค่าตอบแทน และสวัสดิการ ที่อาชีพนักพัฒนาซอร์ฟแวร์ควรได้

ระบบค่าจ้างงาน

ไม่ ว่าคุณจะเป็นพนักงานแบบมีสิทธิ์หรือไม่มีสิทธิ์ได้เงินโอทีก็ตาม องค์กรส่วนใหญ่ก็จะจ่ายค่าจ้างเป็นรายเดือนหรือรายปีมากกว่าให้เป็นราย ชั่วโมง แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ยังขึ้นอยู่กับ บทบาทงาน และหน้าที่ของคุณในองค์กรนั้นๆด้วย

คุณสามารถคิดคำนวณค่าจ้างราย ชั่วโมงโดยประมานได้โดย นำเงินค่าจ้างรายปีของคุณหารด้วย 2,080 หรือสามารถทำกลับกันเพื่อจะหาค่าจ้างรายชั่วโมงก็ได้

ค่าจ้างเฉลี่ยโดยรวมของอุตสากรรมซอร์ฟแวร์

จาก ข้อมูลของ Glassdoor.com ซึ่งรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างนักพัฒนาซอร์ฟแวร์ในอเมริกามากกว่า 15,000คน พบว่าค่าเฉลี่ยค่าจ้างรายปีของนักพัฒนาซอร์ฟแวร์หน้าใหม่อยู่ที่ 55,000 ดอลล่าร์ต่อปี ซึ่งก็เท่ากับประมาน 26.44ดอลล่าร์ต่อชั่วโมงในกรณีที่คุณทำงาน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งในบางบริษัทอาจให้เรทต่ำกว่านั้น อาจต่ำถึง 50,000ดอลล่าร์ และในบางบริษัทก็อาจให้เรทสูงกว่านั้น ถึง 91,000ดอลล่าร์ก็มี

คุณ สามารถคาดหวังให้ค่าจ้างของคุณให้สูงขึ้นเรื่อยๆได้หากคุณมีประสบการณ์ สั่งสมและระยะเวลาที่คุณทำงานในองค์กรมากพอ โดยทั่วไปแล้ว นักพัฒนาซอร์ฟแวร์สามารถได้ค่าจ้างรายปีเพิ่มได้ถึง 124,000ดอลล่าร์ และในหลายๆบริษัทก็ให้มากกว่านั้น ซึ่งรายได้ต่อปี 124,000ดอลล่าร์นี้ คิดเป็นต่อชั่วโมงจะได้สูงถึง 59.62ดอลล่าร์เลยทีเดียว

อุตสาหกรรมซอฟแวร์เป็นอุตสาหกรรมที่ให้ค่าจ้างสูง

ใน ความเป็นจริงแล้ว นักพัฒนาซอร์ฟแวร์หน้าใหม่ อาจมีตัวเลือกไม่มากในการหาบริษัท ซึ่งก็เป็นข้อจำกัดอยู่ แต่ถ้าหากคุณมีตัวเลือก และคูณรู้ว่า บริษัทใดให้ค่าจ้างสูง ก็เป็นข้อได้เปรียบของคุณในการเลือกบริษัทที่จะสมัคร

บริษัทหรือ องค์กรอย่างเช่น องค์กรไม่แสวงผลกำไร, บริษัทสตาร์ทอัพ, บริษัทใหม่ๆ, หรือบริษัทเล็กๆ พวกนี้มักจะให้ค่าจ้าง หรือ ค่าตอบแทน ที่น้อย สวัสดิการก็อาจจะไม่ดีเมื่อเทียบกับบริษัทที่ใหญ่กว่า เช่น Microsoft, LinkedIn, หรือ Amazon รวมไปถึง ใน tech hubsใหญ่ๆ เช่นใน Seattle, San Francisco หรือใน LA ก็ให้ค่าตอบแทนที่สูงลิ่วเช่นกัน

ให้ จำไว้อย่างหนึ่งว่า ค่าจ้างหรือค่าตอบแทนที่สูงลิ่วนั้น ก็หมายถึง บทบาท หน้าที่ ความรับผิดชอบที่สูงตามไปด้วย ดังนั้น ก็หมายความว่า งานที่ให้ค่าตอบแทนสูง คุณก็ต้องแลกด้วย เวลา ความสามารถ และความเป็นมืออาชีพของคุณ จึงไม่แปลกที่บางคนยอมเลือกงานที่ได้ค่าจ้างต่ำกว่า เพื่อหลีกเลี่ยงภาระ หน้าที่ ความรับผิดชอบที่หนักหนาสาหัส ในขณะที่บางคน ยอมเหน็ดเหนื่อย ตะเกียกตะกายเพื่อไปถึงตำแหน่ง และเงินเดือนที่ปรารถนา ซึ่งทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณเองว่าจะเลือกให้เป็นแบบไหน

ข้อคิด: ข้อ ผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ่อยของผู้หางานหน้าใหม่ก็คือ การมองข้ามสวัสดิการ แต่ไปดูเฉพาะตัวเลขเงินเดือนสูงๆ แล้วเลือกบริษัทนั้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ความแตกต่างแค่1%ของเงินเกษียณ หรือ 10%ของเงินประกันสุขภาพ ก็สูงกว่าเงินเดือนส่วนต่างที่บริษัทให้แล้ว ดังนั้น เราควรคิดให้รอบคอบ ดูทั้งสองส่วนประกอบกัน และเลือกข้อเสนอที่คุ้มค่าที่สุด

โอกาสในการก้าวหน้า

โอกาส ในการก้าวหน้าในงานก็ถือเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ต้องนำมาประกอบการตัดสินใจใน การเลือกงาน แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับเป้าหมายในการทำงานของแต่ละคนด้วย ซึ่งบางบริษัทก็มีตำแหน่งไว้ให้ไต่เต้า เช่น lead software developer, director of software development, software development project coordinator หรือ บางแห่งก็รวบยอด สามตำแหน่งในคนเดียวเลย ซึ่งก็แน่นอนว่า ตำแหน่งสูงๆ ก็หมายถึงค่าตอบแทนที่สูงขึ้นตามด้วย ดังนั้นหากคุณมีเป้าหมายในการทำงานว่าอยากเลื่อนระดับตำแหน่งตนเองให้สูง ขึ้นเรื่อยๆ คุณก็ควรถามผู้ว่าจ้างให้ชัดเจนตั้งแต่ต้นก่อนเกี่ยวกับสายงานบังคับบัญชา หรือโครงสร้างองค์กร เพื่อที่คุณจะได้วางแผนการทำงานได้ถูกต้อง

อาชีพ นักพัฒนาซอร์ฟแวร์ เป็นอาชีพที่คุณสามารถกำหนดไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้ คุณสามารถเลือกใช้ชีวิตสบายๆ ไม่ทำงานหนักเกินไป หรือใช้ชีวิตอย่างหรูหรา ฟู่ฟ่าก็ย่อมได้ ดังนั้น คุณจึงต้องเริ่มต้นให้ถูกจุด ถามสิ่งที่ควรถาม พิจารณาสิ่งที่เป็นไปได้ และเลือกบริษัทหรือองค์กรที่ตอบโจทย์คุณมากที่สุด เพียงเท่านี้ คุณก็สามารถใช้ชีวิตในแบบที่คุณเป็นได้ตลอดไป

9 ภาษาคอมพิวเตอร์ที่เป็นที่ต้องการสูงสุดในปี 2016

เมื่อไม่นานมานี้ Glassdoorได้เปิดเผยถึงรายงานเกี่ยวกับ 25งานที่เป็นที่ต้องการสูงสุดและสร้างรายได้ได้ดีที่สุด ซึ่งพบว่างานมากกว่าครึ่งนั้น เป็นงานด้านเทคโนโลยีและงานด้านการเขียนโปรแกรม ดังนั้นถ้าคุณสนใจและอยากจะก้าวหน้าในงานอย่างรวดเร็ว คุณอาจจะต้องเริ่มเรียนการเขียนโปรแกรมตั้งแต่วันนี้

ซึ่งในการเริ่มเรียนเขียนโปรแกรม จุดที่ยากที่สุดคือ แล้วเราจะเลือกเรียนภาษาคอมพิวเตอร์อะไรหล่ะ

เพื่อ ที่จะทำให้การตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เราจึงได้รวบรวมข้อมูลจาก Indeed.com (แหล่งข้อมูลที่รวบรวมงานด้านโปรแกรมเมอร์ต่างๆ) เพื่อที่จะได้รู้ถึง ภาษาคอมพิวเตอร์ที่เป็นที่ต้องการสูงสุดจากผู้ว่าจ้างในขณะนี้

มาดูกันทีละภาษา

  1. SQL

ไม่ แปลกใจเลยที่SQLได้รับความนิยมสูงสุดในลิสต์ เพราะว่า ภาษาSQLนั้นสามารถนำไปใช้ได้ในหลายๆรูปแบบของธุรกิจหรือองค์กรที่ใช้ Database Technologies อย่างเช่น MySQL, PostgreSQL, และ Microsoft SQL Server ก็ได้ถูกใช้อย่างแพร่หลายในธุรกิจขนาดใหญ่,  ธุรกิจขนาดเล็ก,   โรงพยาบาล, ธนาคาร, มหาวิทยาลัย ซึ่งจริงๆแล้ว แทบจะทุกคอมพิวเตอร์หรือเครื่องมือต่างๆก็จะมีโปรแกรมที่ใช้SQL แทบทั้งนั้น ตัวอย่างเช่น ทั้งโทรศัพท์แอนดรอยด์และไอโฟน ต่างก็ใช้ SQL Database ที่ชื่อว่า SQLite รวมถึง โมบายแอพลิเคชั่นที่พัฒนาโดย Google, Skype และ Dropbox ก็ยังใช้SQLโดยตรงอีกด้วย

  1. JAVA

เมื่อ ไม่นานมานี้เพิ่งจะมีการเฉลิมฉลองครบรอบ20ปีของJAVA  ซึ่ง JAVA ถือเป็นหนึ่งในภาษาคอมพิวเตอร์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากผู้ใช้งานถึง9ล้าน คน และยังถูกใช้ในเครื่องมือต่างๆถึง 7พันล้านเครื่องมือทั่วโลก และมันยังเป็นภาษาที่ใช้ในการพัฒนาแอนดรอยด์แอพลิเคชั่นแบบNativeอีกด้วย ความนิยมในตัวภาษาJAVA นั้น เป็นเพราะตัวภาษาที่อ่านได้ง่าย ทำให้ทำงานง่าย อีกทั้งความเข้ากันได้กับแอพลิเคชั่นเก่าๆ จึงทำให้ผู้ใช้สามารถทำงานต่อเนื่องไปได้ ซึ่งวิเคราะห์กันว่า ภาษาJAVAนี้จะไม่ลดความนิยมลงไปง่ายๆ และยังคงถูกใช้โดยเว็ปไซต์ใหญ่ๆมากมาย เช่น LinkedIn.com, Netflix.com หรือแม้แต่ Amazon.com

  1. JavaScript

JavaScript ถึงจะชื่อคล้ายๆกับ JAVA แต่ก็อย่าสับสนกัน JavaScriptถือเป็นอีกหนึ่งภาษาที่ได้รับความนิยมมากภาษาหนึ่ง มันถูกใช้เพื่อทำให้ Web Pageมีความ Interactive มากขึ้น ตัวอย่างเช่น JavaScript สามารถใช้ในการเพิ่มเอ็ฟเฟ็กต่างๆเพื่อให้เว็ปน่าสนใจ, แสดง ป็อปอัพแมสเซส, หรือแม้กระมั่งสร้างเกมส์ง่ายๆในเว็ป ซึ่งตัวJavaScript นี้ เป็นภาษาพื้นฐานในการทำเว็ปไซต์ให้สมบูรณ์ และถูกสร้างไว้ในเว็ปเบราเซอร์หลักๆเช่น Internet Explorer, FireFox, และ Safari ด้วย พูดได้ว่าเกือบจะทุกเว็ปไซต์บนโลกใบนี้ มีความเกี่ยวข้องกับ JavaScript แทบทั้งนั้น จึงทำให้ความต้องการในผู้พัฒนาภาษานี้สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และเมื่อไม่กี่ปีมานี้ JavaScript ก็ได้รับความนิยมขึ้นมาอีก เพราะมันเป็นพื้นฐานของ Node.js ซึ่งเป็นเซิฟเวอร์เทคโนโลยีที่สามารถทำให้การสื่อสารแบบreal timeเกิดขึ้นได้

  1. C#

ในปี2000 C#(อ่านออกเสียงว่า ซี ชาร์ป) ถือเป็นภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใหม่มากที่ถูกออกแบบขึ้นโดย Microsoftเพื่อการใช้งานในองค์กรขนาดใหญ่ต่างๆที่ใช้ตระกูล .NET ซึ่งภาษาC#นี้ ถือเป็นวิวัฒนาการขึ้นมาจากภาษา C และ C++ตามสำดับ ซึ่งC# ถือเป็นภาษาที่ง่าย ทันสมัย และเป็น object orientedอย่างแท้จริง

  1. C++

C++ (อ่านออกเสียงว่า ซี พลัส พลัส) เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในวัตถุประสงค์ทั่วไปและเป็น object oriented   มีวิวัฒนาการมาจากภาษาC ถูกพัฒนาโดย Bjarne Stroustrup ที่  Bell Labs C++ถูกเปิดตัวครั้งแรกในปี 1983 โดย Stroustrupก็ได้ทำลิสต์รายชื่อ Applications ที่เขียนโดย ภาษาC++ (Applications written in C++)ไว้ด้วย ซึ่งมีตัวอย่างเช่น Adobe and Microsoft Applications, MongoDB databases, รวมถึง Mac OS/Xส่วนใหญ่อีกด้วย ซึ่งภาษาC++นี้ ถือเป็นภาษาที่น่าเรียนที่สุดในการใช้ทำ performance-critical applications เช่น “twitch” game หรือ audio/video processing

  1. Python

Python เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในวัตถุประสงค์ทั่วไป ซึ่งถูกตั้งชื่อตาม the Monty Python ซึ่งภาษาPython นี้ เป็นภาษาที่อ่านได้ง่ายมาก เพราะมันมีลักษณะคล้ายภาษาอังกฤษ มันเป็นภาษาที่เหมาะมากกับผู้เริ่มต้นเขียนโปรแกรมไปจนถึงโปรแกรมเมอร์มือ อาชีพ เมื่อไม่นานมานี้ Pythonได้แซงJAVA ขึ้นเป็นภาษาที่ถูกเลือกใช้ในการสอนเขียนโค้ดเบื้องต้น (introductory programming courses) มากที่สุด โดย8ใน10 ของคณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ชื่อดังเลือกใช้ Python ในการสอนเขียนโค้ด เช่นเดียวกันกับโรงเรียนชั้นนำ27จาก39แห่งก็เลือกใช้Pythonในการสอนเช่นกัน และจากการที่Pythonถูกนำมาสอนในสถาบันการศึกษามากมาย จึงทำให้เกิดPython Libraries ที่เกี่ยวกับวิชาต่างๆเช่น เลข หรือฟิสิกส์ออกมา นอกจากนี้ PBS, NASA และ Reddit ก็ยังใช้ Python กับเว็ปไซต์ของตัวเองด้วย

  1. PHP

สร้าง ขึ้นโดยโปรแกรมเมอร์ชาวเดนิช-แคเนเดียน Rasmus Lerdorf ในปี1994 เมื่อแรกสร้าง PHP ไม่ได้ถูกคาดหวังให้เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้กันทั่วไป แต่Rasmus สร้างมันขึ้นมาเพื่อเป็นแค่หนึ่งในเครื่องมือในการทำ Personal Home Pageของเขาเอง ในปัจจุบันนี้ PHP (Hypertext Pre-Processor) เป็นภาษาที่ใช้เขียนโปรแกรมบนเซิฟเวอร์ที่สามารถใช้สร้างเว็ปเพจ ที่เขียนด้วยHTMLได้ ซึ่งPHPนี้ได้รับความนิยมก็เพราะมันใช้งานง่ายสำหรับโปรแกรมเมอร์หน้าใหม่ และยังมีลูกเล่นระดับแอดวานซ์อีกมากมายสำหรับโปรแกรมเมอร์มืออาชีพไว้ลอง เล่นอีกด้วย

  1. Ruby on Rails

Ruby เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในวัตถุประสงค์ทั่วไปเหมือนกับJAVAและภาษาC แต่Rubyนั้น คนนิยมนำมาใช้ใน web programming ส่วนRails ทำหน้าที่เป็น Framework ใน Ruby Language

Ruby on Rails เป็นภาษาที่มีข้อดีมากมายเช่น สามารถเขียนได้ง่ายและรวดเร็ว คือคุณไม่ต้องใช้โค้ดเยอะ และยังมีliabrariesอื่นๆให้เลือกใช้ได้อีกมากมาย Ruby on Rails ถูกใช้อย่างแพร่หลายในบริษัทตั้งแต่ สตาร์ทอัพเล็กๆไปจนถึงองค์กรธุกิจขนาดใหญ่ Hulu, Twitter, Github, และ Living Social ต่างก็ใช้ Ruby on Rails กับ web applications ของตนเองด้วย

  1. iOS/Swift

ในปี2014 บริษัท Apple ตัดสินใจจะสร้างภาษาคอมพิวเตอร์ของตนเองขึ้นมา ซึ่งนั่นก็คือ Swift ซึ่งเป็นภาษาคอมพิวเตอร์เฉพาะสำหรับนักพัฒนา iOS และOS X นักพัฒนาส่วนใหญ่พบว่าหลายๆส่วนของSwiftนั้นมีความคล้ายคลึง กับC++และObjective-C ด้วยเหตุนี้เอง บริษัทหลายๆแห่ง รวมถึง American Airlines, LinkedIn, และ Duolingo ต่างก็นำ Swift มาใช้ และพวกเราคงจะได้เห็นภาษานี้ ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอน

จากคำกล่าวที่ว่า “ ช่างฝีมือมีเครื่องมืออยู่มากมาย และเครื่องมือแต่ละอัน ก็เหมาะกับงานแต่ละอย่าง”

ก็ คล้ายๆกัน ไม่มีภาษาคอมพิวเตอร์ภาษาไหน ที่เหมาะกับงานทุกประเภท แต่ละภาษามีลักษณะเฉพาะแตกต่างกันและมีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นเราจึงควรเรียนรู้อย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อให้ก้าวทันเทคโนโลยีใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา

ที่มา Codingmojo

Our recommended articles about outsourcing freelances

As a Vice President of Thailand Programmer Association and the founder& CTO of 3 software houses company in Thailand, I had a lot of works from my clients and sometime we outsourced the projects to some of freelances in Thailand and India, also. With my experience, it is very difficult for everyone to start outsourcing the works to freelances without knowing the process of Software Development or do not know how to deal with freelances. These 3 articles cover some of knowledge that anyone need to know before outsourcing the works

In summary, if you do not want to learn a lot in detail of how to deal with freelance to get the work, or how to know that any freelances are capable of working with your project. You just need to fill in detail in our form here http://www.topwork.asia/hire-top-talent/. Within 1 business day, we will contact back to you and find you the top freelances that are suitable with your projects and we will work together until the end of your project.