คำถามที่พบเจอได้ทั่วไปในการสัมภาษณ์งานทุกประเภท

การสัมภาษณ์ถือเป็นโอกาสที่ทั้งบริษัทและคุณจะได้ทำความรู้จักและประเมิน ร่วมกันถึงความสามารถ ความเหมาะสมกับงาน เป้าหมายในอนาคต ตลอดจน วัฒนธรรมองค์กรที่คุณต้องเผชิญ

ดังนั้นการเตรียมตัวเจอกับคำถามในการ สัมภาษณ์งานจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้ถูกสัมภาษณ์ต้องทำ คุณอาจจะถูกถามเกี่ยวกับทักษะเฉพาะของงานที่คุณมีว่าตรงกับสิ่งที่บริษัท ต้องการหรือไม่ ดังนั้นต้องมั่นใจว่าความสามารถของคุณจะต้องตรงกับ job descriptionของงานนั้นๆจริงๆ

หรือคุณอาจจะได้เจอกับคำถามทั่วๆไป ที่จะสื่อถึงตัวตนของคุณ เช่นคำถามประมานว่า ช่วยแนะนำตัวเองและบอกเกี่ยวกับตัวคุณหน่อย ซึ่งนี่ก็เป็นโอกาสทองที่คุณจะบอกถึงจุดแข็งของคุณที่ตรงกับลักษณะงาน หรือคำถามประมานว่า จุดอ่อนของคุณคืออะไร คำถามนี้ก็จะเป็นช่องทางที่คุณสามารถบอกถึงบทเรียนที่ได้จากการทำงานที่ผ่าน มาได้ ทำให้คุณดูเป็นผู้มีประสบการณ์หลายรูปแบบ หรือคำถามที่ว่า คุณมองตัวเองในอนาคตจากนี้ไว้อย่างไร คำถามนี้เน้นให้คุณแสดงความรักในองค์กรและพร้อมที่จะอยู่กับบริษัทไปเรื่อยๆ

การเตรียมพร้อมก่อนการสัมภาษณ์นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งการเตรียมพร้อมนั้นรวมถึงการ ตรวจทานและทบทวนCVของคุณ เตรียบตอบคำถามในCVเรื่องของช่วงเวลาในการทำงาน หรือเรื่องเหตุผลที่ออกจากงานเก่า

ตัวอย่างคำถามที่คุณควรจะเตรียมคำตอบไว้ในการสัมภาษณ์

  • Tell me about yourself. ช่วยบอกเกี่ยวกับตัวคุณหน่อย

คำถาม นี้เป็นเหมือนคำถามปลายเปิดที่จะทำให้คุณแตกต่างจ่างผู้สมัครรายอื่น เป็นโอกาสทองที่จะแสดงตัวตนของคุณ คุณแทบจะมั่นใจได้เลยว่าต้องเจอคำถามนี้แน่ๆ ดังนั้น จงเตรียมคำตอบไว้เลย แต่จงระวังว่าอย่าทำให้เหมือนซ้อมมากไปนะ โฟกัสการตอบไปที่ประสบการณ์การทำงานที่ตรงกับjob description ตอบอย่ายาวเกินไป อย่าไปตอบในสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำงาน

  • What motivates you?/ Why do you want this job? อะไรคือแรงบันดาลใจในการทำงานของคุณ/ ทำไมคุณถึงต้องการงานนี้

คำถาม นี้คุณจะต้องรู้ตัวเองว่า อะไรหรือสิ่งไหนทำให้คุณมีความสุขในการทำงาน ให้เลือกมาสักสองสามอย่างที่เป็นความสามารถเฉพาะตัวของคุณ เช่น ความสามารถในการเทรนคน ความสามารถในการหาตลาดใหม่ๆ หรือ ความสามารถในการวางแผนธุรกิจ เป็นต้น

  • What are your strengths/weaknesses? อะไรคือจุดแข็งและจุดอ่อนของคุณ

ใน การตอบคำถามนี้ ให้เลือกจุดแข็งที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับงานที่กำลังจะสมัคร ในการตอบถึงจุดอ่อน ให้หลีกเลี่ยงการตอบที่ว่า ผม/ดิฉันทำงานหนักมากเกินไป, ผม/ดิฉันเป็นพวกเพอร์เฟ็คชั่นนิส แล้วมาตอบประมานว่า ในเรื่องนี้ผม/ดิฉันสามารถทำให้ดีขึ้นได้โดยการ… จะดีกว่า

  • Where would you like to be in the next three/five years? คุณมองตัวเองในสาม/ห้าปีข้างหน้าไว้ว่าอย่างไร

คำถามนี้เป็นโอกาสในการตอบถึงเป้าหมายในการทำงาน ให้พยายามเชื่อมโยงถึงสิ่งที่บริษัทเสนอ เช่นการเลื่อนตำแหน่งหรือcareer path

  • What did you like the most/least about your last job? อะไรคือสิ่งที่คุณชอบที่สุดและไม่ชอบที่สุดในงานที่ผ่านมา

การตอบว่าคุณไม่ชอบงานเก่าเพราะเจ้านายเก่าจัดการงานไม่ดี มันจะดูแรงเกินไป พยายามตอบเลี่ยงไปในทางpositiveดีกว่า เช่น  ผม/ดิฉันรู้สึกสนุกที่ได้ช่วยเจ้านายเก่าในการจัดการงานต่างๆให้เป็นระบบ และมีความภูมิใจที่ช่วยทำให้งานในบริษัทสำเร็จอย่างราบรื่น ในส่วนของคำถามที่ให้ตอบถึงด้านไม่ดีของบริษัทเก่านี้ เราต้องตอบอย่างระมัดระวัง ทางที่ดีที่สุดคือต้องทำให้ดูเป็นคนใจกว้างเข้าไว้ ไม่พูดให้บริษัทเดิมเสื่อมเสีย

 

ในบทความที่ชื่อว่า Communicate for Success Q&A มีคำแนะนำถึงเทคนิคในการสัมภาษณ์งานที่น่าสนใจไว้มากมาย ในที่นี้จะสรุปเป็นสามข้อสำคัญที่สุดที่ควรระลึกถึงเวลาสัมภาษณ์งานทุกประเภท

1.เตรียมตัวให้ดี- ทบทวนCV หากผู้สัมภาษณ์ไม่ได้ดูในจุดที่คุณจะเน้น อย่าลืมบอกเขาถึงจุดที่เป็นจุดแข็งของคุณ

2.พยายามให้มาก แต่ผ่อนคลาย- ทำตัวให้เป็นธรรมชาติที่สุด ยิ้มให้มาก ตอบคำถามอย่างสบายๆ

3.ทำตัว ให้สอดคล้องกับผู้สัมภาษณ์- หากผู้สัมภาษณ์ต้องการความเป็นกันเองในการสัมภาษณ์ เราควรทำตัวคล้อยตาม หรือหากผู้สัมภาษณ์เน้นความเป็นทางการ เราก็ควรปฏิบัติตามนั้น สิ่งสำคัญคือ เราต้องสังเกตุให้เป็น


Topwork มุ่งมั่นที่จะให้ความรู้ดีดี เพื่อความก้าวหน้าในชีวิตของขาว IT ในประเทศไทย โดยตอนนี้เรามี Course สอนภาษาอังกฤษฟรีสำหรับ Programmer โดยเราเก็บแค่มัดจำเท่านั้น สามารถลงทะเบียนได้ที่นี่ https://www.eventpop.me/e/645 

ที่มา https://www.theguardian.com/careers/careers-blog/common-interview-questions

Software Developerหน้าใหม่ เรียกเงินเดือนเท่าไหร่ดี

ถ้าคุณกำลังคิดจะเป็นนักพัฒนาซอร์ฟแวร์ คุณคงจะมีคำถามมากมายในใจเช่น ควรจะเรียกเงินเดือนเท่าไหร่ในตอนแรกจึงจะเหมาะสม แล้วคุณจะมีโอกาสพัฒนาไปเป็น Software Engineerได้ในช่วงปีแรกๆเลยมั้ย เงินเดือนของคุณจะเพิ่มๆเรื่อยๆอย่างต่อเนื่องมั้ย ในอุตสาหกรรมหรือองค์กรแบบไหนที่ให้เงินเดือนสูงๆ ซึ่งในบทความนี้ จะช่วยให้คุณมีความเข้าใจมากขึ้นในเรื่องของค่าจ้าง ค่าตอบแทน และสวัสดิการ ที่อาชีพนักพัฒนาซอร์ฟแวร์ควรได้

ระบบค่าจ้างงาน

ไม่ ว่าคุณจะเป็นพนักงานแบบมีสิทธิ์หรือไม่มีสิทธิ์ได้เงินโอทีก็ตาม องค์กรส่วนใหญ่ก็จะจ่ายค่าจ้างเป็นรายเดือนหรือรายปีมากกว่าให้เป็นราย ชั่วโมง แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ยังขึ้นอยู่กับ บทบาทงาน และหน้าที่ของคุณในองค์กรนั้นๆด้วย

คุณสามารถคิดคำนวณค่าจ้างราย ชั่วโมงโดยประมานได้โดย นำเงินค่าจ้างรายปีของคุณหารด้วย 2,080 หรือสามารถทำกลับกันเพื่อจะหาค่าจ้างรายชั่วโมงก็ได้

ค่าจ้างเฉลี่ยโดยรวมของอุตสากรรมซอร์ฟแวร์

จาก ข้อมูลของ Glassdoor.com ซึ่งรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างนักพัฒนาซอร์ฟแวร์ในอเมริกามากกว่า 15,000คน พบว่าค่าเฉลี่ยค่าจ้างรายปีของนักพัฒนาซอร์ฟแวร์หน้าใหม่อยู่ที่ 55,000 ดอลล่าร์ต่อปี ซึ่งก็เท่ากับประมาน 26.44ดอลล่าร์ต่อชั่วโมงในกรณีที่คุณทำงาน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งในบางบริษัทอาจให้เรทต่ำกว่านั้น อาจต่ำถึง 50,000ดอลล่าร์ และในบางบริษัทก็อาจให้เรทสูงกว่านั้น ถึง 91,000ดอลล่าร์ก็มี

คุณ สามารถคาดหวังให้ค่าจ้างของคุณให้สูงขึ้นเรื่อยๆได้หากคุณมีประสบการณ์ สั่งสมและระยะเวลาที่คุณทำงานในองค์กรมากพอ โดยทั่วไปแล้ว นักพัฒนาซอร์ฟแวร์สามารถได้ค่าจ้างรายปีเพิ่มได้ถึง 124,000ดอลล่าร์ และในหลายๆบริษัทก็ให้มากกว่านั้น ซึ่งรายได้ต่อปี 124,000ดอลล่าร์นี้ คิดเป็นต่อชั่วโมงจะได้สูงถึง 59.62ดอลล่าร์เลยทีเดียว

อุตสาหกรรมซอฟแวร์เป็นอุตสาหกรรมที่ให้ค่าจ้างสูง

ใน ความเป็นจริงแล้ว นักพัฒนาซอร์ฟแวร์หน้าใหม่ อาจมีตัวเลือกไม่มากในการหาบริษัท ซึ่งก็เป็นข้อจำกัดอยู่ แต่ถ้าหากคุณมีตัวเลือก และคูณรู้ว่า บริษัทใดให้ค่าจ้างสูง ก็เป็นข้อได้เปรียบของคุณในการเลือกบริษัทที่จะสมัคร

บริษัทหรือ องค์กรอย่างเช่น องค์กรไม่แสวงผลกำไร, บริษัทสตาร์ทอัพ, บริษัทใหม่ๆ, หรือบริษัทเล็กๆ พวกนี้มักจะให้ค่าจ้าง หรือ ค่าตอบแทน ที่น้อย สวัสดิการก็อาจจะไม่ดีเมื่อเทียบกับบริษัทที่ใหญ่กว่า เช่น Microsoft, LinkedIn, หรือ Amazon รวมไปถึง ใน tech hubsใหญ่ๆ เช่นใน Seattle, San Francisco หรือใน LA ก็ให้ค่าตอบแทนที่สูงลิ่วเช่นกัน

ให้ จำไว้อย่างหนึ่งว่า ค่าจ้างหรือค่าตอบแทนที่สูงลิ่วนั้น ก็หมายถึง บทบาท หน้าที่ ความรับผิดชอบที่สูงตามไปด้วย ดังนั้น ก็หมายความว่า งานที่ให้ค่าตอบแทนสูง คุณก็ต้องแลกด้วย เวลา ความสามารถ และความเป็นมืออาชีพของคุณ จึงไม่แปลกที่บางคนยอมเลือกงานที่ได้ค่าจ้างต่ำกว่า เพื่อหลีกเลี่ยงภาระ หน้าที่ ความรับผิดชอบที่หนักหนาสาหัส ในขณะที่บางคน ยอมเหน็ดเหนื่อย ตะเกียกตะกายเพื่อไปถึงตำแหน่ง และเงินเดือนที่ปรารถนา ซึ่งทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณเองว่าจะเลือกให้เป็นแบบไหน

ข้อคิด: ข้อ ผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ่อยของผู้หางานหน้าใหม่ก็คือ การมองข้ามสวัสดิการ แต่ไปดูเฉพาะตัวเลขเงินเดือนสูงๆ แล้วเลือกบริษัทนั้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ความแตกต่างแค่1%ของเงินเกษียณ หรือ 10%ของเงินประกันสุขภาพ ก็สูงกว่าเงินเดือนส่วนต่างที่บริษัทให้แล้ว ดังนั้น เราควรคิดให้รอบคอบ ดูทั้งสองส่วนประกอบกัน และเลือกข้อเสนอที่คุ้มค่าที่สุด

โอกาสในการก้าวหน้า

โอกาส ในการก้าวหน้าในงานก็ถือเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ต้องนำมาประกอบการตัดสินใจใน การเลือกงาน แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับเป้าหมายในการทำงานของแต่ละคนด้วย ซึ่งบางบริษัทก็มีตำแหน่งไว้ให้ไต่เต้า เช่น lead software developer, director of software development, software development project coordinator หรือ บางแห่งก็รวบยอด สามตำแหน่งในคนเดียวเลย ซึ่งก็แน่นอนว่า ตำแหน่งสูงๆ ก็หมายถึงค่าตอบแทนที่สูงขึ้นตามด้วย ดังนั้นหากคุณมีเป้าหมายในการทำงานว่าอยากเลื่อนระดับตำแหน่งตนเองให้สูง ขึ้นเรื่อยๆ คุณก็ควรถามผู้ว่าจ้างให้ชัดเจนตั้งแต่ต้นก่อนเกี่ยวกับสายงานบังคับบัญชา หรือโครงสร้างองค์กร เพื่อที่คุณจะได้วางแผนการทำงานได้ถูกต้อง

อาชีพ นักพัฒนาซอร์ฟแวร์ เป็นอาชีพที่คุณสามารถกำหนดไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้ คุณสามารถเลือกใช้ชีวิตสบายๆ ไม่ทำงานหนักเกินไป หรือใช้ชีวิตอย่างหรูหรา ฟู่ฟ่าก็ย่อมได้ ดังนั้น คุณจึงต้องเริ่มต้นให้ถูกจุด ถามสิ่งที่ควรถาม พิจารณาสิ่งที่เป็นไปได้ และเลือกบริษัทหรือองค์กรที่ตอบโจทย์คุณมากที่สุด เพียงเท่านี้ คุณก็สามารถใช้ชีวิตในแบบที่คุณเป็นได้ตลอดไป